top of page
  • รูปภาพนักเขียนPeeranat Deeluea

ความหมาย นัยสำคัญ และอารมณ์ต่างๆที่แฝงอยู่ในสีแต่ละสี

อัปเดตเมื่อ 2 มิ.ย. 2566




เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเวลาที่เรามองภาพงานศิลปะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปวาด สื่อสิ่งพิมพ์หรือโดยเฉพาะงานดิจิตอล เราจะเกิดความรู้สึกบางอย่างต่องานแต่ละงาน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ทำให้เรามีความสุข ความรู้สึกสนุก หม่นหมอง หรือบางครั้งเราอาจจะเกิดความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่สามารถอธิบายได้


มีปัจจัยมากมายที่ส่งผลให้เราเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลายเส้น การจัดวางองค์ประกอบของภาพ รูปทรงของสิ่งต่างๆภายในงาน และที่เป็นปัจจัยหลักคือสีและโทนของภาพถ้าสีสำคัญขนาดนี้ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละสีนั้นให้ความรู้สึกอย่างไรบ้าง





สีแดง

ความหมายของสีแดงขึ้นชื่อเรื่องความ ร้อนแรง แข็งแกร่ง รวมถึงเซ็กซี่ และเร้าใจ ด้วยเหตุนี้เราจะได้เห็นสีแดงอยู่ในงานที่มีการแสดงออกทางอารมณ์อย่างรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง และความเร้าใจก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ สีแดงยังช่วยให้ผู้เห็นมี ความอยากอาหารมากขึ้น ซึ่งเราจะได้เห็นสีแดงอยู่ในโลโก้ของร้านอาหารหลายๆร้าน





สีชมพู

ความหมายของสีชมพูนั้นส่วนใหญ่ให้ความรู้สึกคล้ายกับสีแดงแต่มีความนุ่มนวลมากกว่า ทั้งให้ความรู้สึก ขี้เล่น อ่อนโยน เพ้อฝัน เรามักจะเห็นสีชมพูในงานที่สื่อถึงผู้หญิง ความหวาน ละเอียดอ่อน และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือความรัก แม้ในปัจจุบันจะมีความนิยมในการใช้สีอื่นๆในการแสดงออกถึงความรัก แต่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันสีชมพูก็มักถูกนำมาใช้แสดงออกถึงความรักมากที่สุด





สีครีม

ความหมายของสีครีมมีความคล้ายกับความหมายของสีชมพูอยู่มาก ทั้งความนุ่มนวลและอ่อนโยน มากไปกว่านั้นสีครีมยังให้ความรู้สึกใกล้ชิดของความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการทะนุถนอม อุ่นใจ และเป็นมิตร





สีส้ม

สีส้มสื่อถึงความสำคัญ พลังงาน ความร่าเริง แต่ก็อาจสื่อได้ถึงความแปลก ความไร้เดียงสาได้อีกด้วย ที่สำคัญสีส้มนั้นเป็นสีของผลไม้ ซึ่งทำให้ความหมายของสีส้มนั้นยังสื่อได้ถึงผลไม้ ความฉ่ำ ความเปรี้ยว ได้อีกด้วย





สีน้ำตาลอ่อน

ความหมายของสีน้ำตาลอ่อนส่วนใหญ่นั้นมีความหมายสื่อไปถึงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ ผืนดิน หรือแม้แต่สุขภาพ และยังมีความหมายสื่อไปถึงสิ่งต่างๆที่เป็นพื้นฐาน จุดเริ่มต้น และอะไรที่เรียบง่าย





สีน้ำตาล

สีน้ำตาลอ่อนและน้ำตาลเข้มนั้นมีความหมายที่ตรงกันข้ามอย่างชัดเจน เพราะความหมายของสีน้ำตาลเข้มให้ความรู้สึกถึงความหรูหราในหลายมิติ ความแข็งแรง มั่งคงและมั่งคั่ง มากไปกว่านั้นยังสื่อถึงความโบราณ น่าเชื่อถือ และแข็งแรง ถึงแม้อย่างนั้นยังมีสิ่งที่เชื่อมทั้งสองสีแต่ต่างเฉดไว้ด้วยกันอยู่ คือการสื่อถึงธรรมชาติ อย่างแผ่นดิน และสิ่งมีชีวิต





สีทอง

ความหมายของสีทองนั้นชัดเจนมากๆ ทั้งความร่ำรวย หรูหรา การมีคุณค่า และเรืองรอง เราจะสังเกตเห็นได้จากศิลปะแขนงต่างๆที่บ่งบอกถึงความมีระดับ มากไปกว่านั้นในแง่ของศาสนายังสื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ การหยั่งรู้ ถึงแม้อย่างนั้นเองในแง่ลบยังสื่อถึงความฟุ่มเฟือยและโอ้อวด





สีเหลือง

สีเหลืองนั้นมีความโดดเด่นมากๆ ความหมายของสีเหลืองนั้นหลากหลายและสื่อได้ถึงอารมณ์ที่แตกต่างกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความมีชีวิตชีวา ความสดใส แปลกใจ และมีความหมายด้านลบอย่างความขี้ขลาด ทรยศ และอันตราย มากไปกว่านั้นยังเป็นนัยของความสว่าง แสงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์อีกด้วย





สีเขียวอ่อน

ความหมายของสีเขียวอ่อนนั้นตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก ทั้งธรรมชาติ ความสงบ ความผ่อนคลาย และความเงียบ ซึ่งความหมายทั้งหมดนี้มีทิศทางไปในทางเดียวกัน





สีเขียวเข้ม

สีเขียวเข้มนั้นมีความหมายคล้ายกับสีเขียวอ่อน ทั้งความหมายของธรรมชาติ ชีวิต และสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีความแตกต่างที่มีความหมายสื่อไปถึงความเจริญ เงิน และความดั้งเดิม เราจึงได้เห็นการใช้สีเขียวในโลโก้ของบริษัทต่างๆที่แสดงออกถึงความหรูหรา นอกจากนั้นสีเขียวเข้มยังคล้ายคลึงกับสีน้ำตาลเข้ม จึงทำให้เราได้เห็นสีเขียวเข้มและสีน้ำตาลเข้มอยู่ในงานที่สื่อถึงความโบราณ ดั้งเดิม มีความน่าเชื่อถือและยังมีความสง่างามอีกด้วย





สีฟ้า

อย่างแรกที่ต้องพูดถึงเลยคือนัยของสีฟ้า ที่สื่อถึงท้องฟ้า ฉะนั้นความหมายและความรู้สึกของสีฟ้าจึงไม่ต่างกับการที่เรามองท้องฟ้า ซึ่งมีความหมายถึงความสดใส สดชื่น ความอ่อนโยน ความฝัน และที่สำคัญยังรวมไปถึงความอิสระคล้ายกับก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า





สีน้ำเงิน

ถ้าสีฟ้าเป็นนัยของสิ่งที่ต้องมองขึ้นไป เฉดที่เข้มขึ้นมาจากสีฟ้าอย่างสีน้ำเงินอาจจะต้องมองลงมา นัยของสีน้ำเงินมักสื่อถึงผืนน้ำและท้องทะเล ซึ่งสื่อถึงความเงียบสงบ ความเย็น ความมั่นคงและเปิดกว้าง แต่ถึงอย่างนั้นความหมายของสีน้ำเงินก็อาจจะหมายถึงความซับซ้อนและลึกลับได้อีกด้วย และเรายังได้เห็นการใช้คำว่า “Blue” เสริมเข้ากับคำต่างๆเพื่อสื่อถึงความโศกเศร้า จึงทำให้สีน้ำเงินยังสื่อได้ถึงความโดดเดี่ยวและห่างไกลแต่อีกด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่สีน้ำเงินก็ยังเป็นสีที่มีคนชอบมากที่สุดในโลกอยู่ดี





สีม่วงอ่อน

สีม่วงอ่อนนั้นมีความหมายที่ใกล้เคียงกับสีชมพูเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความโรแมนติก หรือหอมหวาน แต่มักให้ความรู้สึกที่รุนแรงกว่า เช่นความรู้สึกโหยหา ถึงแม้จะเป็นความรู้สึกที่รุนแรงแต่ก็สื่อถึงความรู้สึกอ่อนไหวของอารมณ์ได้อย่างชัดเจน





สีม่วงเข้ม

สีม่วงในเฉดนี้มีความพิเศษเป็นอย่างมาก ในอดีตสีม่วงนั้นเป็นสีของชนชั้นสูงในยุโรป ถ้าสังเกตจากงานเขียนหรือภาพวาดต่างๆจะพบว่าชนชั้นอื่นๆนั้นไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับสีม่วงเลย นั่นทำให้สีม่วงนั้นมีความหมายสื่อถึงความหรูหราและอำนาจ แต่ถึงอย่างนั้นสีที่เข้มขึ้นมาจากสีม่วงอ่อนอย่างสีม่วงเข้มนั้นยังคงให้ความรู้สึกที่รุนแรง และรุนแรงมากกว่าในหลายๆโอกาส ทั้งความระทึกขวัญ ความเร้าใจ ความโลภ และยังสื่อได้ถึงความฉลาดและความกล้าหาญในบางโอกาส





สีเทา

สีเทาเป็นสีระหว่างสีขาวและสีดำ ทำให้มักใช้สื่อความหมายถึงความเป็นกลาง สติ และความมีเหตุผล ที่สำคัญนัยของสีเทานั้นสื่อไปถึงความเก่า คลาสสิก เชี่ยวชาญได้อีกด้วย แม้สีเทาจะไม่ใช่สีที่โดดเด่นมากนักเวลาอยู่ในงานศิลปะ แต่ก็เป็นองค์ประกอบที่เสริมให้สีอื่นๆนั้นโดดเด่นด้วยความเป็นกลางของตัวมันเอง





สีเงิน

สีเงินและสีทองนั้นคล้ายคลึงกันด้วยความแวววาว ที่ให้ความรู้สึกสื่อถึงความมีระดับ ความหรูหรา มากไปกว่านั้นด้วยความที่เครื่องจักรในยุคสมัยต่างๆนั้นทำขึ้นด้วยเหล็กที่มีสีเทาและแวววาว ทำให้สีเงินนั้นมีนัยสื่อถึงความทันสมัย อนาคต และแข็งแรง





สีดำ

สีดำนั้นถือว่าเป็นเงาหรือความมืด ทำให้มักถูกสื่อความหมายออกมาในแง่ลบเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นความตาย ความชั่วร้าย การกดขี่หรือความน่ากลัว แต่ก็ยังมีด้านดีอยู่บ้างถึงความหมายอย่างความสง่างาม ความแข็งแรง กล้าหาญ ชัดเจนตรงไปตรงมาและที่สำคัญเลยคือความเท่ ซึ่งเราจะสังเกตได้จากเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับต่างๆ





สีขาว

มีสีดำก็ต้องมีสีขาวที่เป็นแสง แสงและเงานั้นเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน ในเรื่องความหมายและการสื่ออารมณ์ก็เช่นกัน ทำให้ความหมายของสีขาวนั้นสื่อถึงความบริสุทธิ์ สะอาด ไร้เดียงสา ความฉลาดและสงบ แต่ก็ไม่ต่างกับสีดำ สีขาวนั้นก็มีความหมายในแง่ลบเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความหนาว ความโดดเดี่ยวหรือวิญญาณ


จะเห็นได้ว่าแม้แต่สีเดียวกันแต่คนละเฉดก็สามารถให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปหรืออาจจะให้ความรู้สึกที่ตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ แม้สีที่เราพูดถึงจะเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยจากสีทั้งหมดที่สามารถใช้ในงานออกแบบได้ แต่หวังว่าจะช่วยให้คุณสามารถออกแบบงานออกมาให้ได้ตรงใจ และสามารถสื่อสารออกไปได้ตามที่ต้องการ


 

#ความหมายของส#นัยของสี #การเลือกใช้สี #สีสื่ออารมณ์ #กราฟฟิก #ส


โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

Comments


bottom of page